สงครามระหว่างเจเนอเรชัน

ระยะหลังมานี้เรามักได้ยินคำนี้บ่อยและชอบมากคือคำว่า “เราต่างก็เป็นระบบนิเวศให้แก่กันและกัน”

มนุษย์เราทุกคนนั้นล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของการกล่อมเกลาสังคมให้แก่กันและกัน ปฏิสัมพันธ์ของผู้คนเราต่างก็มีผลกระทบต่อบุคคลข้างเคียงหรือบุคคลในสังคมเสมอ

เป็นการอารัมภบทเพื่อจะพูดถึงปรากฏการณ์ที่ถือว่าโด่งดังมากในช่วงเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2562 คือปรากฏการณ์ “อาม่าตบเด็ก” ที่คงไม่ได้เฉพาะเจาะจงกรณีนี้ แต่พูดถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทำให้คนอื่นอึดอัดโดยทั่วไป

มุมมองต่างๆถูกวิเคราะห์กันจนละเอียดแล้ว แต่อยากจะเพิ่มเติมอีกอย่างว่าปรากฏการณ์นี้ทำให้พวกเราได้”เรียนรู้ร่วมกัน” บางคนมองเป็นเรื่องของ สงครามระหว่างเจเนอเรชัน แต่จริงๆคงไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม (ที่ไม่ใช่ผิดกฏหมาบยและมีกฎหมายบังคับใช้แต่อาจผิดมารยาท ทำให้คนอื่นอึดอัด) พอดีกรณีนี้ที่ถูกปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรง และตอบโต้กันไปมา

อันที่จริงเรื่องนี้สังคมน่าจะร่วมกันคิดเพราะประเด็นที่ว่า คนในสังคมควรจะทำอย่างไรเมื่อเจอพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การกระทำที่ผิดมารยาททางสังคม นั่งกินที่คนอื่น เอากระเป๋าวาง ทำให้คนอื่นไม่มีที่นั่ง เอาเท้าเหยียบขึ้นมารบกวนคนข้างหน้า คุยโทรศัพท์ในโรงภาพยนตร์ ทิ้งก้นบุหรี่เศษขยะบนท้องถนน แซงคิว

คนไทยเราเองมักเจอปัญหานี้กีนบ่อยมาก เคยเจอคนที่อยู่ในสังคมที่คิดถึงแต่ตัวเอง แต่ลืมคิดถึงคนอื่นเยอะ หรือบางทีก็เข้าข่ายไม่มีมารยาท

แต่ด้วยความที่คนไทยเราเป็นคนหยวนๆกัน และยอมกัน บ่อยครั้งที่ปล่อยให้การกระทำที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีมารยาท ปล่อยผ่านโดยไม่มีการตักเตือนกัน สะกิดกัน หรือบางทีเลือกจะเงียบแล้วถ่ายภาพไปประจานในโซเชียลแทน

บางทีปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ ว่าเข้าไปเตือน เข้าไปแสดงความไม่พอใจ กลายเป็นเจอปฏิกิริยาตอบกลับรุนแรง จนกลายเป็นว่า พอทนได้ก็ทนไป เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำภัยมาสู่ตัวเองอีก แล้วเราควรจะทำอย่างไรกับมารยาททางสังคมเช่นนี้ ฝากไว้ให้คิด สังคมเราควรจะเดินหน้าอย่างไร ให้พวกเราเป็นระบบนิเวศที่ดีซึ่งกันและกัน

 

ขอบคุณ  กลุ่มไลน์หวยฮานอย   ที่ให้การสนับสนุน