ลดมลภาวะทางอากาศช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วยการใช้ธูปเล็ก


ลดมลภาวะทางอากาศช่วงเทศกาลตรุษจีน ด้วย

ตอนเทศกาลวันตรุษจีน ปี 2563 เหตุการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ยังจะต้องเฝ้าระวังผลพวงต่อร่างกาย โดยยิ่งไปกว่านั้นกรุ๊ปเสี่ยงที่จำต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ คนแก่ เด็กตัวเล็กๆ คนท้อง คนป่วยโรคระบบหัวใจรวมทั้งเส้นโลหิต โรคระบบทางเดินหายใจการปกป้องคุ้มครองที่ดีจำเป็นต้องลดจำนวนการเผากระดาษเงินกระดาษทอง หรือเลือกใช้ธูปขนาดสั้น เพื่อลดการสั่งสมของฝุ่น

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เอ่ยถึงเหตุการณ์ฝุ่นขนาดเล็ก ที่เพิ่มสูงมากขึ้นจนถึงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ในระยะนี้ว่า ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนจะมีการจุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง และก็เผาประดิษฐกรรมต่างๆ เพื่อบูชาทวยเทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ ซึ่งการจุดธูปรวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทองในแต่ละครั้ง จะปลดปล่อยสารมลภาวะออกมาเป็นควันและก็เถ้า

พญ.พรรณพิมล กล่าวต่ออีกว่า สารมลภาวะที่ปลดปล่อยออกมา อย่างเช่น ฝุ่นผงขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าสคาร์บอนมอนอกไซด์ แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน และก็สารก่อโรคมะเร็งหลายๆ อย่าง อย่างเช่น สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนหรือสารพีเอเอช แล้วก็สารอินทรีย์ระเหยง่าย ตัวอย่างเช่น เบนซิน (Benzene) และ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-butadiene)

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า ส่วนเถ้าจะมีสารโลหะหนัก 4 ประเภท ดังเช่นว่า โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว แมงกานีส และยังเจอพวกโลหะหนักกลุ่มนี้อยู่ในเถ้ามากยิ่งกว่าฝุ่นผงกลางอากาศราว 3-60 เท่า ซึ่งถ้าหากได้สัมผัส อาจทำให้เป็นผลกระทบต่อร่างกายอีกทั้งระยะสั้นแล้วก็ระยะยาวได้

พญ.พรรณพิมล กล่าวเหตุว่า จากการสำรวจอนามัยโพลเรื่องความประพฤติการใช้ธูป กระดาษเงินกระดาษทอง กับเทศกาลวันตรุษจีนในตอนเดือนมกราคม 2562 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และละแวกใกล้เคียง ปริมาณ 1,657 คน พบว่า ในวันไหว้วันตรุษจีน พสกนิกรมีการจุดธูปจำนวนร้อยละ 79 เผากระดาษเงินกระดาษทองปริมาณร้อยละ 51 รวมทั้งเผาประดิษฐกรรมจากกระดาษต่างๆ ดังเช่น โทรศัพท์ บ้าน รถยนต์ ปริมาณร้อยละ 19

นอกจากนี้ยังพบว่าประชากรส่วนน้อยยังมีความประพฤติการใช้ธูปและการเผาแบบผิดๆ ได้แก่ ใช้ธูปขนาดสั้นเพียงแต่ปริมาณร้อยละ 33 มีการเผากระดาษเงิน กระดาษทองคำถึงจำนวนร้อยละ 98 โดยส่วนมากเป็นการเผาจนกระทั่งหมดแล้วดับ ในส่วนของสุขภาพ ประชากรเห็นด้วยว่าควันธูปแล้วก็มลพิษทางการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายถึงปริมาณร้อยละ 87 เมื่อซักถามถึงผลพวงต่อร่างกาย ก็พบว่าพลเมืองมีลักษณะอาการถึงปริมาณร้อยละ 97 โดยยิ่งไปกว่านั้นอาการแสบตา แสบจมูก คัดจมูก หายใจติดขัด คันตา รวมทั้งปวดตา รวมทั้งยังมิได้มีการป้องกันตัวเองถึงปริมาณร้อยละ 54

“ตอนเทศกาลวันตรุษจีนปีนี้ ก็ตรงกับเหตุการณ์ฝุ่นผง PM2.5 ที่ยังคงจำเป็นต้องเฝ้าระวังผลพวงต่อร่างกาย การจุดธูป รวมถึงการเผากระดาษเงิน กระดาษทองคำ ในจำนวนที่มากอาจจะก่อให้กำเนิดควันที่มีสารก่อมลภาวะต่างๆ จำนวนมาก ก่อให้เกิดผลกระทบอีกทั้งต่อร่างกายและก็สภาพแวดล้อม ซึ่งความร้ายแรงของอาการจะนาๆ ประการ ขึ้นกับจำนวนแล้วก็ช่วงเวลาที่ได้รับสารนั้น โดยยิ่งไปกว่านั้นกรุ๊ปเสี่ยงที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ คนวัยชรา เด็กตัวเล็กๆ คนท้อง คนไข้โรคระบบหัวใจแล้วก็เส้นเลือด โรคระบบทางเดินทหายใจ รวมทั้งคนป่วยโรคเรื้อรังชนิดอื่นๆ จะได้รับผลพวงร้ายแรงกว่าพลเมืองทั่วๆ ไป” พญ.พรรพิมล กล่าว

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การปกป้องคุ้มครองที่ดี คือ ลดจำนวนการใช้ โดยใช้ธูปขนาดสั้น ลดจำนวนการเผากระดาษเงิน กระดาษทองคำ ให้ลดน้อยลง ใส่หน้ากากปกป้องฝุ่นผงขณะจุดธูปหรือเผา เมื่อจุดแล้วดับหรือเก็บธูปให้เร็วขึ้น ควรจะจุดนอกบ้านหรือที่อากาศระบาย และก็ยืนอยู่เหนือแนวทางลม ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสธูปและกระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมกับเลี่ยงการพักผ่อนหย่อนใจหรือนอนรอบๆ ที่ที่มีการจุดธูป เพื่อลดการสั่งสมของฝุ่นผงจากควันธูปที่บางทีอาจหลงเหลืออยู่ รวมถึงกำจัดเถ้าถ่านจากธูปรวมทั้งกระดาษเงิน กระดาษทองคำ โดยเก็บเถ้าถ่านใส่ถุง และก็ส่งให้หน่วยงานรับไปกำจัดอย่างถูกแนวทาง