พฤติกรรมบ่งชี้ของผู้ที่เสพติดนิโคติน

เกณฑ์การวิเคราะห์คนที่เสพติดนิโคตินจากการใช้ยาสูบต่างๆตามคู่มือการวิเคราะห์และสถิติความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders, Fifth Edition: DSM-5) ได้ระบุไว้ว่า คนที่เสพติดนิโคตินต้องมีพฤติกรรมหรืออาการอย่างน้อย 2 จาก 11 อาการที่ปรากฏภายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้

-สูบในจำนวนที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ หรือสูบต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

-ต้องการสูบเรื่อยๆไม่สามารถที่จะเลิกสูบ หรือไม่สามารถควบคุมจำนวนการสูบให้เป็นตามที่ตั้งใจได้

-จำต้องสูบบุหรี่หรือยาสูบใดๆก็ตามสำหรับในการทำกิจกรรมต่างๆที่จำเป็นต้องใช้เวลานาน

-มีความต้องการอยากสูบเป็นอย่างมาก

-สูบบุหรี่บ่อยมากจนกระทั่งส่งผลเสียต่อบทบาทหน้าที่ในสถานที่ทำงาน ที่โรงเรียน หรือที่บ้าน

-ยังคงสูบมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีปัญหาความสัมพันธ์ทางสังคมอันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ ตัวอย่างเช่น มีความขัดแย้งกับคนอื่นเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ของตนเอง

-เลิกหรือลดกิจกรรมต่างๆที่สำคัญทางด้านสังคม เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน หรืองานสังสรรค์สนุกสนานเนื่องมาจากการสูบ

-ยังคงสูบถึงแม้เป็นสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายทางกายภาพ ยกตัวอย่างเช่น การสูบบุหรี่บนเตียง

-ยังคงสูบมาโดยตลอด ถึงแม้รู้ดีว่าการสูบบางทีอาจทำให้เกิดการเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอีกทั้งทางร่างกายและก็จิตใจ

-อาการดื้อต่อสารนิโคติน โดยเกิดอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้ โดยสูบเยอะขึ้นเรื่อยๆเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ และก็ เป็นผลหรือความรู้สึกจากการสูบน้อยลง หากแม้สูบในจำนวนเท่าเดิม

-สภาวะขาดสารนิโคติน โดยเกิดอาการใดก็ตามต่อไปนี้ โดยมีลักษณะอาการที่ชัดเจนของกลุ่มอาการขาดนิโคติน รวมทั้ง กลับไปสูบ หรือใช้สารทดแทนนิโคติน เพื่อไม่ให้เกิดอาการต่างๆจากภาวะขาดนิโคติน

เลิกสูบ เลิกเสี่ยง เลิกเสพติดนิโคติน

เว้นเสียแต่สารนิโคติน ในบุหรี่แล้วก็ยาสูบชนิดต่างๆยังมีสารให้โทษอื่นๆอีก ตัวอย่างเช่น ทาร์ (Tar) หรือน้ำมันดิน แล้วก็คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ซึ่งล้วนแล้วแต่เพิ่มการเสี่ยงแล้วก็อาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพได้ในอนาคต เพราะฉะนั้น การเลิกสูบบุหรี่ รวมทั้งยาสูบทุกประเภท ย่อมเป็นผลดีต่อร่างกายในระยะยาว โดยบางทีอาจปฏิบัติตามวิถีทางดังต่อไปนี้

การดูแลและรักษาทางด้านการแพทย์

คนที่ไม่สามารถที่จะเลิกสูบได้ด้วยตัวเอง หรือล้มเหลวหลังเพียรพยายามเลิกสูบด้วยตัวเอง ควรจะไปปรึกษาแพทย์ถึงวิถีทางสำหรับในการเลิกสูบ และก็กรรมวิธีการรับมือกับอาการขาดนิโคติน โดยแพทย์อาจมีขั้นตอนการรักษา ตัวอย่างเช่น แพทย์บางทีอาจเสนอแนะกรรมวิธีการรักษาที่ใช้ยาหรือสารที่มีส่วนประกอบของนิโคตินในรูปแบบสเปรย์ ยาพ่น หมากฝรั่ง ยาอม หรือแผ่นปิดผิวหนัง หรือยาเลิกบุหรี่ที่ไม่มีส่วนประกอบของนิโคติน จนกระทั่งคนที่เสพติดนิโคตินจะมีลักษณะดีขึ้นและไม่กลับไปสูบอีก ดังเช่น บูโพรพิออน (Bupropion) แล้วก็วาเรนนิคลีน (Varenicline)

 

ส่วนการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยทำให้เลิกสูบบุหรี่และก็ยาสูบอื่นๆนั้น สำหรับในประเทศไทย บุหรี่ไฟฟ้า ยังไม่ได้รับการยืนยันให้ใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งเป็นประเด็นที่ยังต้องการงานศึกษาค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติมถึงคุณสมบัติรวมทั้งประสิทธิผลของมันต่อไปในอนาคต