ออกกำลังกายตอนกลางคืนมันดีอย่างไร

การออกกำลังกายตอนกลางคืนก็สามารถทำได้ดี ไม่แพ้ตอนกลางวันเลย แถมยังไม่ต้องห่วงว่าผิวจะเสียจากแสงแดดอีกด้วย สำหรับคุณผู้หญิงที่ยังไม่เคยออกกำลังกายตอนกลางคืน ลองมาดูเหตุผลดีๆ กัน ว่าเพราะอะไรการบริหารร่างกายหลังพระอาทิตย์ตกดิน ถึงน่าสนใจสำหรับผู้หญิงสายสุขภาพ

1.ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

หลังออกกำลังกายเป็นธรรมดาที่เราจะรู้สึกอ่อนเพลีย อยากพักผ่อน จึงมีผลให้หลับดียิ่งขึ้น ส่วนระยะเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายก่อนช่วงเข้านอน คือควรเว้นห่างจากเวลานอนสัก 3-4 ชั่วโมงโดยประมาณ เพราะหากเราออกกำลังใกล้กับเวลาเข้านอนมากเกินไป นอกจากจะไม่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นแล้ว อาจส่งผลให้ร่ายกายคึกคักจนยากที่จะข่มตานอนไปเสียเลยก็เป็นได้นะ

2.ช่วยให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น

การออกกำลังกายในตอนกลางวัน เรามักจะต้องฝ่าฟันกับแสงแดดที่มารบกวน ทำให้อ่อนเพลียได้ง่าย จนเราอาจจะออกกำลังกายได้ไม่ครบตามเป้าหมายเวลาที่กำหนด ฉะนั้น การออกกำลังกายตอนกลางคืน นอกจากจะช่วยลดปัจจัยในส่วนนี้ ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และความอดทน จากการได้ออกกำลังกายตามกำหนดเวลาที่วางไว้ หรือมากกว่าการออกกำลังกายในตอนกลางวันอีกด้วย

3.ความดันโลหิตลดลง

ในช่วงเวลาที่กำลังออกกำลังกายนี้ ความดันโลหิตของผู้ที่ออกกำลังกายตอนกลางวันสูงกว่า ความดันโลหิตของผู้ที่ออกกำลังกายตอนกลางคืนถึง 15% เป็นอีกเหตุผลดีดีที่คุณผู้หญิงทั้งหลาย ควรจะหันมาพิจารณาการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อ ยามค่ำคืนกันดีกว่า

4.เผาผลาญแคลอรี่ได้ดีขึ้น

การเผาผลาญพลังงานเกิดได้มากขึ้น เนื่องจากผู้ที่ออกกำลังกายตอนช่วงเย็น ถึงกลางคืนนี้ สามารถที่จะออกกำลังได้นานมากกว่าตอนกลางวัน ส่งผลให้เรามีหุ่นที่ปังได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

5.ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อให้หุ่นปัง

มีงานวิจัยที่พบว่า ระดับเทสโทสเตอโรนจะมีมากขึ้นในช่วงเวลาเย็น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ แตกต่างจากการออกกำลังในตอนเช้าที่จะมีระดับคอร์ติซอลสูง ซึ่งมีผลทำให้การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อในการออกกำลังกายลดน้อยลง ด้วยเหตุนี้ การออกกำลังกายตอนช่วงเย็น ถึงกลางคืนจึงส่งผลดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อปั้นหุ่นสวย ได้ดีกว่าการออกกำลังในช่วงเช้า – กลางวันนั่นเอง

เราก็ได้ทราบถึงเหตุผลที่ควรจะออกกำลังกายในตอนกลางคืนกันไปแล้ว ก็สามารถเลือกสรร จัดเวลาที่คิดว่าเหมาะสมกับตารางงานของตัวเองกันได้เลย เพราะไม่ว่าเราจะออกกำลังกายเวลาไหน หากทำอย่างมีวินัย ก็ส่งผลดีต่อตัวเราได้เช่นกัน

เหตุผลที่ลดน้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่ได้ดั่งใจสักที

ลดความอ้วนเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ออกกำลังกายก็เเล้ว กินอาหารคลีนๆก็เเล้ว ทำไมน้ำหนักหรือรูปร่างมันยังไม่เปลี่ยนไปอีกนะ คุณเคยมีคำถามเหล่านี้เกิดขึ้นในหัวมั้ยคะ? ว่าทำไมสิ่งที่คุณทุ่มเทลงไปมันถึงยังไม่เห็นผลสักที เอาล่ะค่ะ เรามีเหตุผล 3 ข้อเน้นๆ ที่เป็นตัวแปรของอาการ “น้ำหนักไม่ลด” หรือน้ำหนักคงที่มานาน มาเล่าสู่กันฟัง บอกเลยว่านี่คือปัญหาที่หลายๆคนมองข้ามเพราะคิดว่าไม่สำคัญ แต่ถ้าคุณคิดว่ามันจะเปลี่ยนมุมมองของคุณได้ใหม่ ก็ลองมาอ่านกันดูเลย!

ปัญหา: ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

น้ำจําเป็นต่อการลําเลียงสารอาหารไปสู่เซลล์ ชะล้างของเสีย และรักษาอารมณ์ แค่ไม่ได้จิบน้ำหลายชั่วโมงก็ทําให้อารมณ์แกว่ง เหนื่อยง่ายและปวดหัว จากการศึกษาของวารสาร Nutrition การกินผลไม้หรือผักที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายชุ่มชื่น อย่างเช่น ข้าวกล้อง ข้าว โอ๊ต จะดูดซับน้ำขณะหุงและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ร่างกายเมื่อกินเข้าไป ชาวอเมริกันบริโภคโซเดียมปริมาณมากกว่าที่ร่างกายควรได้รับต่อวันถึง 2 เท่า (ซึ่งเท่ากับว่ายิ่งกินโซเดียมเยอะเท่าไหร่ ตัวก็ยิ่งบวมขึ้นเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าลดน้ำหนักเท่าไหร่ ก็ยังใส่เสื้อผ้าไซส์เดิมไม่ได้สักที) ซึ่งการดื่มนํ้ำเยอะๆ นั้นขับโซเดียมส่วนเกินออกไปได้ หากวันไหนรู้ตัวว่าดื่มน้ำน้อย พยายามกินอาหารที่อุดมด้วยโพแทสเซียมอย่างถั่วที่ไม่อบเกลือหรือปลา โพแทสเซียมจะทํางานร่วมกับโซเดียม ช่วยรักษาสมดุลของเหลวภายในเซลล์ เร่งการขับโซเดียม คลายผนังเส้นเลือด และช่วยลดความดันเลือด

ปัญหา: นอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง

ตื่นมาก็ไม่สดใส มึนๆ ซึมเซาทั้งวัน ไม่อยากเวิร์คเอาท์ ไม่มีกระจิตกระใจจะออกกำลังกายเลยวันนี้ ลองปิดสวิตช์ตัวเองสักพักด้วยการดื่ม Drip Coffee (กาแฟที่ชงด้วยการกรอง) ซึ่งมีกาเฟอีนสูง ปล่อยให้เย็นแล้วดื่มรวดเดียวหมดแก้ว จากนั้นงีบสัก 25 นาทีเพราะกาเฟอีนไปสกัดการตอบสนองอะดีโนซีน สารที่เป็นสาเหตุของอาการเซื่องซึม แต่ต้องใช้เวลา 25-30 นาทีจึงจะออกฤทธิ์ เมื่อตื่นขึ้นมาคุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้น คุณอดนอนเป็นประจําหรือเปล่าคะ? ลองจัดตารางการนอนของตัวเอง แม้คุณเพิ่งนอนหลับไปไม่กี่ชัวโมง แต่กลับไม่รู้สึกง่วงเมื่อถึงเวลานอน เพราะเมื่อคุณตื่นในช่วงที่ร่างกายควรหลับลึก บางทีอาจต้องใช้เวลาให้สมองรู้สึกง่วงอีกครั้ง อาการงัวเงียมักถามหา พยายามนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง นับจากเวลาที่คุณตั้งปลุก จะได้ตื่นขึ้นมาออกกำลังกายอย่างสดใส มีความสุข แถมดีต่อผิวพรรณอีกด้วย (ผลการวิจัยหลายแห่งยังบอกอีกด้วยว่าคนที่นอนน้อยมีโอกาสน้ำหนักตัวพุ่งสูงกว่าคนที่นอนหลับอย่างเพียงพอ)

ปัญหา: คุณไม่มีแรงจูงใจในการเวิร์คเอาท์

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยมีโมเม้นท์แบบว่า ชั้นก็อยากหุ่นดีนะ อยากมีกล้ามหน้าท้องเหมือนนางแบบ Victoria’s Secret บ้าง แต่จนเเล้วจนเล่าก็ไม่ลุกขึ้นมาออกกำลังกายสักที นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะเปลี่ยนตัวเองค่ะ เอาอย่างนี้ หรือคุณจะลองคิดลบคำสบประมาทของคนอื่นๆดู ดีไหมคะ? อย่างเช่น แฟนตัวดีที่บอกว่าชาตินี้คุณก็ไม่มีทางหุ่นดีหรอก หรือแกงค์เพื่อนสาวที่คอยล้ออยู่เสมอว่าหุ่นคุณน่ะมันอ้วนแค่ไหนเเล้ว ลองใช้คำสบประมาทเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันเพื่อทำอะไรดีๆ ให้กับตัวเอง หรือถ้าคุณเป็นประเภทที่คำสบประมาทจะยิ่งทำให้จิตใจย่ำแย่ ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไร แย่ก็แย่ไป ไม่สนใจละ ลองใช้แรงบันดาลใจเป็นศิลปินที่คุณชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นางแบบ เลือกคนที่มีหุ่นในฝัน กล้ามหน้าท้องเเน่นๆ เอวคอด ช่วงขาเรียวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เเล้วลองเสิร์ชถึงเคล็ดลับในการดูแลรูปร่างของพวกเธอ ว่ากินยังไง ออกกำลังกายยังไง เเล้วนำมาปรับใช้กับตัวเอง ปริ้นท์รูปพวกเธอมาติดไว้บนหัวเตียง ให้เห็นได้ทุกวัน เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาเวิร์คเอาท์เป็นประจำ คิดเอาไว้ว่าฉันต้องทำได้ ไม่ใช่เพื่อคนอื่น แต่เพื่อตัวเอง ยิ่งเราดูดีมากขึ้นเท่าไหร่ หุ่นดี  สตรองมากขึ้นแค่ไหน เราก็จะยิ่งนับถือในความพยายามของตัวเองมากขึ้น ได้ทั้งหุ่น ได้ทั้งทัศนคติเชิงบวกให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้นด้วย